ประกันรถมือสอง เลือกแบบไหนดี

หลาย ๆ คนชอบที่จะมองหารถมือสองสภาพดีมาใช้กัน เพราะการซื้อรถมือสองนั้นใช้เงินน้อยกว่ามือหนึ่ง แต่ได้รุ่นรถยนต์ใหญ่มาใช้แม้จะไม่ใช่รุ่นปีล่าสุด แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะมีคำถามขึ้นมาในใจว่า ถ้าเราซื้อรถมือสองแล้วเราควรทำประกันชั้นไหนดี และสามารถทำประกันชั้นไหนได้บ้าง

ปัจจุบันการเลือกซื้อรถมือสองมาใช้งาน ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะเราสามารถจำกัดงบประมาณได้ว่าอยากได้รถประเภทไหน และมีงบประมาณในการซื้ออยู่ที่เท่าไร ซึ่งในบางครั้งนอกจากเราจะได้รถสภาพดีที่พร้อมใช้งานมาใช้แล้ว ยังได้มาในงบที่เราจำกัดอีกด้วย แต่นอกเหนือจากส่ิงที่เรากล่าวมาแล้ว การเลือกทำประกันภัยรถยนต์ก็ถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราควรคำนึงถึงเช่นกัน แต่ถ้าใครกำลังสงสัยว่าเราควรจะเลือกประกันรถแบบไหนให้เหมาะสม

กำลังจะซื้อรถคันนี้แบบมือสอง ควรต่อประกันชั้นไหนดี?

สอบถามเจ้าของรถหากเราซื้อรถมือสองแบบรถบ้าน แต่ถ้าซื้อกับเต็นท์รถยนต์มือสอง ต้องถามเลยว่าประกันรถยนต์ยังมีอยู่ไหม? หรือยกเลิกไปแล้ว ทีนี้พอได้คำตอบก็ได้เวลาเลือก หากรถมือสองที่จะซื้อมีอายุหลายปี ควรเลือกทำประกันรถยนต์ชั้น เพราะเราไม่อาจรู้ได้ว่าสภาพรถยนต์จะยังดีเหมือนใหม่หรือใหม่ ซึ่งการเลือกทำแบบชั้น จะทำให้เซฟค่าซ่อมรถได้ หากเกิดเหตุต้องเคลมขึ้นมา แต่หากคุณไม่ได้กังวลเรื่องนี้นัก เพราะสภาพรถมือสองที่กำลังจะซื้อนั้นใหม่เอี่ยม ถ้าเป็นแบบนี้ คุณไม่มีความจำเป็นต้องทำประกันรถยนต์ชั้น ก็ได้ เบี่ยงประเด็นความสนใจไปอยู่ที่ประกันรถยนต์ชั้น และประกันรถยนต์ชั้น แทน เพราะก็คุ้มครองได้เหมือนกัน ต่างกันที่ความคุ้มครองนิดหน่อย ส่วนที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงคือ ค่าเบี้ยประกันรถยนต์ เนื่องจากประกันรถยนต์ชั้น มีค่าเบี้ยที่แพงกว่าชั้นอื่นๆ แล้วจะซื้อประกันรถยนต์ยังไงให้ถูกละ

  1. ทำประกันรถยนต์แบบระบุผู้ขับขี่

ถ้ารถมือสองคนนี้ที่กำลังจะซื้อมา ส่วนใหญ่แล้วเราเป็นคนขับเอง แนะนำให้ระบุชื่อของคุณไปเลย เพราะจะช่วยหั่นค่าเบี้ยประกันรถยนต์ลงมาได้อีกไม่มากก็ไม่น้อย เนื่องจากกรม์ธรรม์ตัวนี้จะคุ้มครองเฉพาะคุณเท่านั้น หากคนอื่นเป็นคนขับ ประกันรถยนต์จะไม่คุ้มครอง เสี่ยงหน่อย แต่ถ้ามั่นใจ ทำประกันรถยนต์แบบระบุผู้ขับขี่ก็ดีกว่า

  1. ทำประกันรถยนต์แบบระบุค่าเสียหายส่วนแรก

ปกติแล้วการทำประกันรถยนต์จะมีเรื่องค่าเสียหายส่วนแรกเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่แล้ว แต่จะเสียมากเสียน้อยขึ้นอยู่กับเราเลือกมากกว่า ลองเช็กพฤติกรรมและสไตล์การขับรถของตัวเองดูว่าเป็นคนที่ขับขี่ปลอดภัย มีประวัติเคยขับรถชนเกิดอุบัติเหตุบ่อยไหม เนื่องจากการทำประกันรถยนต์แบบระบุค่าเสียหายส่วนแรกนั้น จะทำให้คุณประหยัดค่าเบี้ยประกันไปได้อีก หากโชคร้ายเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจริงๆ ก็คงต้องจ่ายเมื่อส่งรถเข้าเคลม แต่หากโชคดีสุดๆ ปีนี้ไม่ชนเลย ก็นับเป็นข้อดี เพราะได้ทำประกันรถยนต์ที่เบี้ยถูก และไม่มีประวัติชนที่จะทำให้ค่าเบี้ยในปีถัดไปสูงขึ้นอีกด้วย

  1. ทำประกันรถยนต์แบบเลือกซ่อมอู่

ใครๆ ก็อยากซ่อมศูนย์ (ซ่อมห้าง) กันทั้งนั้น อาจเป็นเพราะเหตุผลด้านความน่าเชื่อถือ แต่อย่าลืมว่าเราจะต้องเลือกทำประกันรถยนต์ให้กับรถมือสองที่คาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร การเลือกแบบซ่อมศูนย์จะตามมาด้วยค่าเบี้ยที่แพงหูฉี่ แนะนำให้เลือกแบบซ่อมอู่ ตัวเลือกเดียวเท่านั้น ซึ่งการเลือกแบบซ่อมอู่นี้ จะช่วยให้ค่าเบี้ยประกันรถยนต์ของเราดิ่งต่ำลงอีก คุ้มสุดๆ

  1. รถไม่ใหม่ ไม่เก่า

หากเราซื้อรถมือสองที่สภาพไม่ได้ใหม่มากนัก เป็นรุ่นเมื่อ 3 – 5 ปีที่ผ่านมา ไม่ความเสี่ยงเรื่องการโจรกรรมรถยนต์ไม่มากนัก และต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องเบี้ยประกันรถยนต์ เราขอแนะนำประกันชั้น 2+ เพราะประกันชั้น 2+ คุ้มครองครอบคลุมไม่ต่างจากประกันชั้น 1 จะไม่มีก็แค่การชนแบบไม่มีคู่กรณี ที่จะเคลมค่าความเสียหายไม่ได้เท่านั้นเอง

แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคุณจะซื้อรถมือหนึ่ง หรือมือสอง ก็ควรที่จะทำประกันรถยนต์เอาไว้ เพราะการทำประกันรถยนต์นั้นสามารถเป็นตัวช่วยในเรื่องการเงินของคุณได้มาก หากรถยนต์ของคุณประสบอุบัติเหตุไม่คาดฝัน

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *